วิเคราะห์การเทรดวันจันทร์:
กราฟ 1H ของคู่เงิน GBP/USD
คู่เงิน GBP/USD ปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดีในวันจันทร์ ซึ่งต่างจากคู่เงิน EUR/USD อะไรคือสาเหตุที่ทำให้สองคู่เงินหลักนี้เคลื่อนไหวไม่ไปในทิศทางเดียวกัน? คำตอบค่อนข้างชัดเจน เมื่อวานนี้มีรายงานว่า Keir Starmer นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กำลังจะลาออก ส่งผลให้ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรมีนายกรัฐมนตรีมากถึงเจ็ดคน จะเห็นได้อย่างง่ายดายว่าไม่มีใครสามารถดำรงตำแหน่งครบวาระได้เลย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตทางการเมืองในเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อในระยะยาว ที่สำคัญคือวิกฤตนี้เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังการทำประชามติ Brexit ในปี 2016
ตลาดตอบสนองในเชิงบวกต่อข่าวการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นักวิเคราะห์การเมืองมองว่ารัฐบาลของ Starmer ล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายของตนเอง สูญเสียความเชื่อมั่นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และโดยภาพรวมแล้วไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่สืบทอดมาจากรัฐบาล Conservative ซึ่งอยู่ในอำนาจมานาน 14 ปีได้ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมองการเปลี่ยนผ่านอำนาจในสหราชอาณาจักรในแง่บวก แนวโน้มขาลงของเงินปอนด์อังกฤษยังคงอยู่ ดังนั้น ณ ตอนนี้สกุลเงินนี้จึงอาจหวังได้เพียงแค่การปรับฐานขึ้นชั่วคราวเท่านั้น
กราฟ 5M ของคู่เงิน GBP/USD
ในกรอบเวลา 5 นาทีของวันจันทร์ มีสัญญาณเทรดเกิดขึ้น 2 ครั้ง ช่วงเซสชันยุโรป ราคาดีดตัวจากโซน 1.3175-1.3180 ด้วยการเบี่ยงเบนน้อยมาก ทำให้เทรดเดอร์มือใหม่สามารถเปิดสถานะซื้อแบบง่าย ๆ ได้ ช่วงเซสชันอเมริกา ราคาขึ้นไปถึงโซน 1.3259-1.3267 เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ปิดทำกำไรจากฝั่งซื้อ และยังสามารถเปิดสถานะขายได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายวันตลาดแทบไม่มีการเคลื่อนไหวเพิ่มเติม
แนวทางการเทรดในวันอังคาร:
ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง คู่เงิน GBP/USD ได้หลุดออกจากกรอบไซด์เวย์แล้ว แต่เรายังไม่มั่นใจว่าการปรับตัวลงจะยืดเยื้อต่อไปอีกนาน แน่นอนว่าหากมีปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอีก ก็เป็นไปได้ที่ราคาจะลงต่อ แต่ในตอนนี้เรายังไม่เห็นปัจจัยดังกล่าวชัดเจน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ยังไม่ยุติโดยสมบูรณ์ ก็อยู่ในภาวะชะงักงัน; Fed เพียงแค่ส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้งก่อนสิ้นปี; ส่วนวิกฤตการเมืองในสหราชอาณาจักรก็กลายเป็นเรื่องที่ตลาดเริ่มชิน
ในวันอังคาร เทรดเดอร์มือใหม่สามารถเปิดสถานะขายโดยมองเป้าไปที่โซน 1.3175-1.3180 หากราคาดีดตัวลงจากโซน 1.3259-1.3267 การที่ราคายืนเหนือโซน 1.3259-1.3267 ได้อย่างมั่นคงจะเปิดโอกาสให้เปิดสถานะซื้อโดยมองเป้าไปที่โซน 1.3319-1.3331
ในกรอบเวลา 5 นาที ระดับราคาต่อไปนี้ควรนำมาพิจารณาในการเทรด: 1.3175-1.3180, 1.3259-1.3267, 1.3319-1.3331, 1.3380-1.3386, 1.3456-1.3476, 1.3587-1.3598, 1.3631-1.3641, 1.3695 และ 1.3741-1.3751 สำหรับวันอังคาร มีกำหนดประกาศดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจภาคบริการและภาคการผลิตของเดือนมิถุนายน ทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ รายงานจากฝั่งอังกฤษอาจสร้างปฏิกิริยาของตลาดได้เล็กน้อย
กฎพื้นฐานของระบบเทรด:
- ความแรงของสัญญาณจะพิจารณาจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณนั้น (การดีดกลับหรือการเบรกทะลุ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งมีน้ำหนักมาก
- หากมีการเปิดออเดอร์ที่ระดับราคาใดระดับราคาหนึ่งมากกว่า 1 ครั้งจากสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปที่มาจากระดับเดิมควรถูกละเลย
- ในสภาวะตลาดไซด์เวย์ ไม่ว่าคู่เงินใดก็ตามอาจให้สัญญาณหลอกจำนวนมาก หรืออาจไม่มีสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคต่าง ๆ อาจถูกตลาดเพิกเฉยได้
- บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง สัญญาณเทรดจากอินดิเคเตอร์ MACD ควรใช้งานเฉพาะเมื่อมีความผันผวนเพียงพอ และมีแนวโน้ดยืนยันจากเส้นเทรนด์ไลน์หรือกรอบเทรนด์
- หากมีสองระดับราคาที่อยู่ใกล้กันมาก (ห่างกัน 5 ถึง 20 pips) ให้พิจารณาเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้วอย่างน้อย 15 pips ให้เลื่อน Stop Loss ขึ้นมาไว้ที่จุดคุ้มทุน
คำอธิบายบนกราฟ:
ระดับราคา (โซน) แนวรับและแนวต้าน คือเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะซื้อหรือขาย และเป็นจุดที่สามารถส่งสัญญาณเข้าออกได้
เส้นสีแดงคือกรอบราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้ม (trend line) ที่แสดงแนวโน้มปัจจุบันและบอกทิศทางการเทรดที่ควรให้ความสำคัญ
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
คำแถลงสำคัญและรายงานเศรษฐกิจ (ซึ่งระบุไว้ในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินได้ ดังนั้นในช่วงเวลาประกาศตัวเลขควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรือหลีกเลี่ยงการถือสถานะเพื่อป้องกันการกลับทิศอย่างรวดเร็วสวนทางกับการเคลื่อนไหวก่อนหน้า
ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกออเดอร์ที่จะทำกำไรได้ การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินที่ดีคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จระยะยาวในการเทรด